[Memo] กฏหมายเอกชน

กฏหมายมีอยู่เพราะมนุษย์อยู่่ร่วมกันเป็นสังคม รวมถึงกฏหมายระหว่างประเทศด้วย

กฏหมายมีลักษณะห้้าอย่าง มาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคม เป็นคำสั่งแต่อาจมีบางคนได้รับการยกเว้นได้ ใช้ได้ตลอดไป ประชาชนต้องทำตามหรือถ้าเลือกทำตามที่กำหนดให้ทำได้ มีการบังคับใช้คือมีบทลงโทษนั่นเอง

ถ้ามีครบห้าอย่างเรียกว่า กฏหมายตามแบบเนื้อความ ถ้าไม่ครบเรียกว่ากฏหมายตามแบบพิธี

กม.ยังอาจแบ่งได้เป็น สารบัญญัติเช่นประมวลต่างๆ และสารบัญญัติเช่นกม.ประกอบวิธีพิจารณาคดีต่างๆ กม.บังคับคดี

ไทยถือว่ากม.อาญาและวิธีพิจารณาคดีแพ่งเป็นกม.มหาชน แต่ฝรั่งเศสถือว่าเป็นเอกชน

ดินแดนไทยรวมแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งไม่เกินสิบสองไมล์ทะเล อ่าวไทย พื้นที่อากาศเหนือดินแดนไทย สถานฑูตต่างชาติในไทย แต่ไม่รวมทะเลหลวง เรือไทยในทะเลหลวง เครื่องบินไทยที่จอดอยู่สนามบินต่างชาติ (แต่ให้ดำเนินคดีในศาลไทยได้)

ฑูตได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกันภายในสถานฑูตมิให้ใครเข้าไปทำอันตรายได้ แต่สถานฑูตเป็นแผ่นดินไทย

อาญา ตีความย้อนหลังไม่ได้ เพิ่มโทษไม่ได้

พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ใต้รัฐธรรมนูญแต่เหนือกม.อื่นๆ รัฐสภาพูดอะไรก็ได้ในสภา จะถูกฟ้องร้องไม่ได้

การตีความที่ใช้กับกม.หนึ่งจะนำไปอ้างใช้กับอีกกม.หนึ่งไม่ได้

การตีความต้องพิจารณาทั้งตามตัวอักษร(พจนานุกรม) และตามเจตนารมณ์(คำปรารภ) หากขัดแย้งกันเอง ยึดตามเจตนารมณ์

กม.แพ่งศาลจะต้องตัดสินใจเสมอจะอ้างว่าไม่มีกม.รองรับไม่ได้ ทำให้เกิดช่องโหว่ของกม.ขึ้น ส่วนอาญานั้น ถ้าไม่มีกม.ถือว่าไม่ผิดเสมอ

การตีความเมื่อไม่มีกม.รองรับให้ใช้จารีตท้องถิ่นก่อน ไม่มีให้ใช้กม.ใกล้เคียง (เรื่องเดียวกันควรได้รับการปฏิบัติอย่างเดียวกัน) ถ้าไม่มีอีกให้ยึดตามหลักนิติศาสตร์

บุคคลเริ่มเมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก ทารกในครรภ์ได้รับความคุ้มครองสิทธิ์ถ้าหากภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกได้

การทำแท้งไม่ผิดฐานฆ่าบุคคล แต่ผิดฐานทำแท้ง

พ่อแม่หย่ากัน ลูกเกิดแล้วไม่ตายภายใน 310 วันหลังหย่า ลูกมีสิทธิได้มรดก ถ้าแท้งก่อน จะถือว่าหมดสิทธิ์ ถ้าเกิดแล้วรอดได้ แต่ต่อมาตายทันที ทายาทโดยธรรมของลูกจะได้สิทธินั้นไปทันที

รู้ว่าเกิดเดือนอะไรแต่ไม่รู้วันที่ให้ถือว่าเกิดวันที่หนึ่ง ถ้าไม่รู้ปีให้ผู้เชี่ยวชาญประมาณอายุ แล้วถือว่าเกิดวันที่ 1 มค (หลัง 2483)

คนวิกลจริตที่ศาลสั่งแล้วเรียกว่าคนไร้สามารถต้องอยู่ในอาณัติของผู้ดูแล

จะให้ศาลสั่งได้ ต้องบ้าตลอดเวลาและบ้ามากด้วย

นิติกรรมที่ทำโดยคนวิกลจริตในขณะที่วิกลจริตและอีกฝ่ายรู้ ถือว่าเป็นโมฆียะเสมอ

คนพิการ ติดเหล้า โรคจิต ให้ศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้สามารถได้ เริ่มนับเมื่อศาลสั่ง

คนไร้สามารถทำนิติกรรมเองไม่ได้เลยถือว่าโมฆียะเสมอ เช่น แต่งงานไม่ได้เป็นโฆฆะ ต่อให้ผู้อนุบาลเห็นชอบก็ไม่ได้ ผู้อนุบาลต้องเป็นผู้ทำแทนได้จึงจะทำได้เท่านั้น เช่น พินัยกรรมทำได้ แต่ถ้าทำผิดทางแพ่งยังต้องรับผิดชอบอยู่

ตายธรรมดาคือแกนสมองตาย แพทย์เป็นผู้บอก

ตายด้วยกันให้ถือว่าตายพร้อมกันรับมรดกของกันและกันไม่ได้ เช่น เครื่องบินตกทั้งบ้าน

บรรลุนิติภาวะเมื่ออายุยี่สิบ หรือแต่งงาน แม้ว่าจะหย่าในภายหลังก็ถือว่าบรรลุนิติภาวะต่อไปได้

นิติกรรมที่ผู้เยาว์เป็นฝ่ายได้ประโยชน์อย่างเดียว ทำได้โดยไม่ต้องยินยอม

อายุสิบเจ็ดแต่งงานได้โดยพ่อแม่ยินยอมและต้องจดทะเบียน ถ้าต่ำกว่านั้นแต่งได้ถ้าศาลสั่ง

อายุต่ำกว่าสิบปีไม่ต้องรับโทษอาญา

ผู้แทนต้องยินยอมก่อนทำนิติกรรม แต่ถ้าทำแล้วจะมาทำสัตยาบันร่วมกันทีหลังก็ได้ ถ้าทุกฝ่ายยอม

คนไทยต้องมีชื่อ สกุลและภูมิลำเนา เพื่อกันชื่อ สกุลซ้ำกัน

การตายโดยผลของกฏหมายเรียกว่า สาบสูญ มีสองแบบคือ ถือว่าเป็นผู้ไม่อยู่ และถือว่าผู้ไม่อยู่ถึงแก่ความตายแล้ว

ไม่อยู่หนึ่งปีนับแต่มีผู้พบเห็น ศาลแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินได้ ซึ่งทำได้ทุกอย่างยกเว้น การกระทำต่อไปนี้ที่ต้องขออนุญาตศาลด้วย
หนึ่ง ขายหรือจำนองอสังหา ให้เช่าอสังหาเกินสามปี การให้โดยไม่มีค่าตอบแทน การยอมความ การฟ้องศาล การอนุญาตให้อนุณาโตพิจารณา ยกเว้นจะมีเหตุผลฉุกเฉิน ซึ่งผู้แทนต้องทำอย่างวิญญูชน

แต่ถ้าผู้สาบสูญระบุไว้ล่วงหน้าว่ามีผู้รับมอบอำนาจ ให้ผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิ์ทำแทนผู้สาบสูญได้

ผู้จัดการทรัพย์สินต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินภายในสามเดือนหรือขอให้ศาลขยายเวลา

ผู้จัดการทรัพย์สินสามารถฟ้องผู้รับมอบอำนาจที่ทำการเสียหายได้

ศาลเป็นผู้กำหนดบำเหน็จให้ผู้จัดการทรัพย์สิน

คนสาบสูญเกินห้าปี ถือว่าตาย ถ้าอยู่ในสงครามลดเหลือสองปีหลังสงครามสงบ หรือเรืออับปราง หรือภัยธรรมชาติใดๆ ที่ทำให้ถึงตายได้

เมื่อถือว่าตายแล้ว ก็ถือว่าหย่า และต้องแบ่งพินัยกรรมด้วย และถือว่าตายตั้งแต่วันที่สาบสูญเลย มิใช่วันที่ศาลสั่ง

ห้างหุ้นส่วนสามัญ ทุกคนรับผิดไม่จำกัด ไม่ต้องจดทะเบียนก็ได้ แต่ถ้าจะถือเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนเท่านั้น

ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องจดทะเบียนเสมอ

สมาคมต้องจดทะเบียน และใครก็ขอตรวจบัญชีสมาคมได้

มูลนิธิจะเป็นนิติบุคคลได้ต้องจดทะเบีียนเท่านั้น แต่กม.มิได้บังคับให้จด

 

ผู้เยาว์ทำนิติกรรมเองไม่ได้ ต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรม แต่ผู้เยาว์ต้องรับ นิติเหตุ ที่ตนก่อไว้

บุคคลไร้สามารถทำนิติกรรมไม่ได้เลย แม้มีผู้ปกครองก็ไม่ได้ แต่งงานก็ไม่ได้ ทางออกคือผู้อนุบาลต้องเป็นผู้ทำแทน

คนวิกลจริตที่ศาลยังไม่สั่งยังไม่ใช่บุคคลผู้ไร้สามารถ สามารถทำนิติกรรมได้ยกเว้น แต่ถ้าทำนิติกรรมขณะวิกลจริตโดยอีกฝ่ายหนึ่งก็รู้ ถือว่าเป็นโฆฆะ

บุคคลเสมือนไร้สามารถคือคนที่ศาลสั่ง เช่น คนติดเหล้า

โฆฆะคือไม่มีผลอะไรเลย โฆฆียะคือไม่สมบูรณ์ อาจกลายเป็นโฆฆะหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ก็ได้

[Memo] กฏหมายมหาชน

กม.มหาชนเกิดขึ้นเมื่อมีหลักการประชาธิปไตย และหลักนิติรัฐ (ผู้ปกครองต้องอยู่ใต้กม.จะละเมิดกม.มิได้) ซึ่งพลเมืองมีหนทางที่จะตรวจสอบผู้ปกครองได้ด้วย

ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและความต้องการใช้แรงงานทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นในสังคมขึ้น (ยุคกลาง)

ผู้ปกครองมีแนวโน้มที่จะแบ่งแยกชนชั้น ใช้อำนาจเกิดขอบเขต ไม่ยอมให้ผู้ใต้ปกครองมีอำนาจตรวจสอบตน โดยธรรมขาติ

ประมวลกฏหมาย (civil law) ต้องปรับปรุงอยู่เสมอให้ทันสังคมที่ซับซ้อนขึ้น
กฏหมายจารีต (common law) ไม่มีประมวล ใช้คำพิพากษาเป็นบรรทัดฐาน ตัดสินใจได้หมด

จอห์น ล็อค บิดาประชาธิปไตย เชื่อว่า มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมและเสมอภาค และควรแบ่งอำนาจออกเป็นหลายส่วนเพื่อช่วยถ่วงดุล

รัฐคือ คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการที่จัดตั้งโดยรัฐ มีสภาพเป็นนิติบุคคลด้วย ยกเว้นจะกำเนิดจากกฏหมายที่มิใช่กฏหมายมหาชน เช่น รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยธนาคารพาณิชย์ ไม่เป็นนิติบุคคลตามกฏหมายมหาชน

เจ้าหน้าที่ของรัฐ นับนายกรัฐมนตรียันลูกจ้างคนสุดท้ายของหน่วยงานรัฐเลย

บริการสาธารณะของรัฐรวมถึงบริการสาธารณะที่ประกอบการโดยเอกชน แต่รัฐเป็นผู้ออกกฏเกณฑ์ รัฐมีสิทธิยกเลิกสัญญาเหล่านั้นกับเอกชนได้โดยเอกชนไม่ยินยอม เพราะเป็นไปเพื่อส่วนรวมตามกฏหมายมหาชน (กฎหมายมหาชนถือว่ารัฐกับพลเมืองไม่ต้องเสมอภาค เพราะต้องทำเพื่อส่วนรวม)

แต่การกำหนดว่ารัฐฯ ละเมิดสิทธิเอกชนได้แค่ไหนนั้นเป็นเรื่องที่หาความเหมาะสมที่ชัดเจนได้ยาก และยังขึ้นอยู่กับยุคสมัยที่จะต้องปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานอยู่เสมออีกด้วย จึงต้องอาศัยดุลยพินิจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและควบคุมอำนาจ อันเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของกม.มหาชน

พลเมืองสามารถร้องทุกข์ (ฟ้องผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่า) หรืออุทธรณ์ การกระทำของรัฐฯ ได้ อุทธรณ์ต่างกับร้องทุกข์คือมีกรอบเวลาชัดเจนและต้องทำตามกฏหมายรองรับเท่านั้น

รัฐบาลคุมอำนาจรัฐสภาด้วยการยุบสภา รัฐสภาคุมรัฐบาลด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะกรรมการวุฒิสภาก็เป็นรูปแบบการรับร้องทุกข์ และตรวจสอบการทำงานของรัฐฯ อีกรูปแบบหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองก็ด้วย

ไทยใช้ civil law ตามฝรั่งเศสและสวีเดน ซึ่งร.5 จ้างมาดู

รัฐธรรมนูญไทยสมัยร.7 คือจุดเริ่มต้นของกม.มหาชน เพราะมีการแบ่งแยกอำนาจรัฐออกเป็นส่วนๆ เป็นครั้งแรก และไม่ให้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกษัตริย์

ตัวอย่างกม.มหาชนได้แก่ รัฐธรรมนูญ และพรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินต่างๆ

รธน.40 เป็นฉบับแรกที่ตรงตามหลักการของกม.มหาชนมากที่สุัด